วันอังคารที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560

OS merry christmas








                เป็นอีกหนึ่งวันที่หมดไปแบบไร้ชีวิตชีวา ตัวเลข 24 บนปฏิทินเดือน 12 ถูกขีดฆ่าไปอีกครั้ง มันเป็นแบบนี้เสมอและเป็นแบบนี้ตลอดมานับตั้งแต่ยิ่งลืมได้เร็วเท่าไหร่มันก็จะดีกับตัวนายเท่านั้นคำพูดที่ออกมาจากปากคนๆนั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย ราวกลับไม่รู้สึกผิดต่อสิ่งที่ทำ ราวกลับว่าที่ผ่านมาเราสองคนไม่เคยรักกันเลยสักนิด

                หรือจริงๆแล้วมันมีแต่เขาที่เป็นคนมอบความรักมาโดยตลอด เขาที่พยายามประคับประคองความสัมพันธ์เส้นด้ายนี้เอาไว้ ปาร์คจีฮุนถอนหายใจเป็นครั้งที่สิบของวัน มือเรียวเสียบปากกาไว้ที่ปฏิทินก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะอ่านหนังสือก้าวขาไปหาที่นอนด้วยความเหนื่อยล้า สามสี่วันมานี้เขาต้องโหมทำงานหนักขึ้นกว่าปกติเพื่อวันหยุดในช่วงคริสมาสต์ ร้านกาแฟคนแน่นตลอดทุกเวลามันทำให้เขายุ่งจนหัวหมุน โชคดีหน่อยที่มันเป็นแบบนั้นเพราะถ้าร้านมันไม่มีอะไรให้ทำเลยเขาคงนึกถึงคนใจร้ายเหมือนอย่างตอนนี้

                เปลือกตาถูกปิดลงช้าๆพร้อมกับไฟที่บ้านตรงข้าม จีฮุนรู้สึกดีที่อย่างน้อยเขาก็สามารถหนีความวุ่นวายจากตัวเมืองมาหาที่พักแบบนี้ได้ ถึงแม้จะไม่ได้สะดวกสบายเท่าไหร่แต่มันก็สงบดี และบางทีมันก็ค่อนข้างจะเงียบเหงาอยู่เล็กน้อยเป็นนายก็พูดได้นี่เป็นอย่างนี้ทุกคืนก่อนจะเข้านอน เขามักจะหาเหตุผลให้กับตัวเองว่าเพราะอะไรถึงยังจำอยู่ และคำตอบง่ายๆเหมือนเดิมก็คือรัก เขารักไลควานลินมากเกินกว่าจะลืมอีกคนได้ ในช่วงเวลาห้าเดือนที่ผ่านมาไม่เคยมีสักครั้งที่เขารู้สึกรักน้อยลง และทั้งๆที่เขารู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆอีกคนคงหมดความรู้สึกต่อกันไปแล้ว

                บางทีเขาก็อยากจะเป็นอย่างนั้นบ้างนะ ไอ้การลืมใครสักคนไปง่ายๆแบบนั้นมันดีไม่ใช่น้อยเลย ถ้าควานลินไม่บล็อกช่องทางติดต่อเขาไปซะก่อนเขาคงทักไปถามอีกคนแล้วล่ะว่า ทำยังไงให้ตัดคนเคยรักออกจากชีวิตง่ายขนาดนี้ นายเก่งมากนะที่ทำได้ นายน่ะเก่งที่สุดในโลกเลยทั้งที่เราเคยรักกันมากแท้ๆแต่ช่วงเวลาตรงนั้นกลับรั้งให้นายหยุดความตั้งใจของตัวเองไม่ได้ ในขณะที่ตัวเขาเองต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะผ่านช่วงนั้นมาได้ ปาร์คจีฮุนหยุดร้องไห้ หันกลับมาทำงานได้ตามปกติและยังใช้ชีวิตอย่างเคยทุกวัน ใครๆก็พูดแบบนั้นนั่นแหละว่าจีฮุนเก่ง แต่คนพวกนั้นไม่เคยรู้ว่า ในทุกความรู้สึกของเขาควานลินยังคงเป็นเจ้าของมันอยู่เสมอ เขาไม่ได้ต้องการคำชมหรอกนะ เขาต้องการแค่ไลควานลินเท่านั้นเอง

                เสียงนาฬิกาดังขึ้นในตอนเที่ยงคืนตรงปลุกให้คนตื่นง่ายลืมตาขึ้นมาในความมืด จีฮุนไม่ชอบตอนกลางคืนเท่าไหร่นักมันทำให้เขาเหงาทุกครั้งเมื่อพบว่าข้างๆไม่มีใครบางคนอยู่ด้วยกัน และยิ่งคืนวันเฉลิมฉลองเขาก็ยิ่งรู้สึกอยากหายไปที่ไหนสักที่ เขาเกลียดเสียงระฆังจากหอกลางหมู่บ้าน เกลียดอากาศหนาว เขาเกลียดไลควานลิน        เกลียดที่ไม่ว่ายังไงก็เกลียดไม่ได้สักที เขาเกลียดคริสมาสต์ด้วย แต่วันนี้เขาจะลองเสี่ยงขอพรกับคุณลุงใจดีคนนั้นดูสักครั้ง

                “ผมรักเขา” เพียงแค่จบประโยคนั้นเขาก็ไม่สามารถกั้นน้ำตาไว้ได้อีก เขาน่ะอดทนมาโดยตลอดเลยนะ “ผม ฮึก ผมรักควานลิน” ถึงแม้ว่าหมอนั่นจะหมดรักเขาไปแล้วก็ตาม “พาเขากลับมาได้ไหม”  ขอแค่นี้จริงๆ เกิดมาจนอายุ 25 ปีเขาไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้  ไม่คิดด้วยซ้ำว่าวันนึงตัวเองจะต้องมานั่งขอพรจากคนๆนึงที่ไม่รู้ว่ามีตัวตนอยู่จริงไหม ด้วยคำขอที่เป็นไปได้ยากขนาดนั้น  สุดท้ายแล้วเขาก็ได้แต่ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบาๆด้วยความสมเพชตัวเอง มันน่าตลกใช่ไหมล่ะ ทำไมถึงยังอยากเจอเขาอยู่นะปาร์คจีฮุน เจ็บมากแค่ไหนนายลืมไปแล้วหรอไงกัน

                เขาเลือกที่จะกระชับผ้าห่มและปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง แต่เสียงออดหน้าประตูก็รั้งไว้ มันดังถี่ขึ้นเรื่อยๆจนจีฮุนต้องตัดสินใจเดินไปเปิดดู “ไงเด็กดื้อ” คำทักทายคำแรกของวันใหม่ที่มาพร้อมกับเจ้าของร่างสูงโปร่ง จีฮุนยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เขาใช้มือหยิกแขนตัวเองจนอีกคนขมวดคิ้วงง มันอาจจะดูตลกไปสักนิด แต่เขาอยากมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้กำลังฝัน “เข้าไปได้ไหมเนี่ย ข้างนอกมันหนาวนะ” และจีฮุนก็ยังเป็นคนเดิมที่เชื่อฟังคำพูดของไลควานลินมาโดนตลอด

                “ย๊า นี่มันคริสมาสต์นะไม่คิดจะแต่งห้องหน่อยหรอปาร์คจีฮุน” ก็เพราะใครกันล่ะ เขาได้แต่เถียงอยู่ในใจ “งั้นไม่ต้องจัดก็ได้มาดื่มโกโก้กันดีกว่า” ควานลินพูดพร้อมทั้งชูกระปุกโกโก้ที่หอบมาด้วยพร้อมรอยยิ้ม รอยยิ้มที่เขาไม่มีโอกาสได้เห็นมานานแล้ว เขาปล่อยให้อีกคนง่วนอยู่กับการชงโกโก้อยู่ในครัวโดยไม่ได้ตามเข้าไปดู ตอนนี้จีฮุนมีคำถามมากมายทั้งกับตัวเองและกับควานลินด้วย อย่างแรกคือเขามาทำอะไรที่นี่ อย่างที่สองทำไมเขาถึงทำเหมือนระหว่างเราไม่เคยมีอะไรกันมาก่อนแบบนั้นได้ ทำไมถึงกลายเป็นควานลินที่เขาคิดถึงได้ล่ะ

                “เสร็จแล้ว ของจีฮุนเพิ่มนมสองช้อนมูนๆ” เงยหน้าไปมองตามเสียงก็เห็นคนตัวโตที่เดินมาพร้อมแก้วโกโก้ร้อนสองใบในมือ “เป็นอะไร ร้องไห้ทำไมครับ” เขาได้แต่ส่ายหัวให้อีกคนเป็นคำตอบจีฮุนก็ไม่รู้ว่าเขาร้องไห้ทำไม “บอกแล้วไงว่าอย่าอดข้าวเย็น หิวเลยใช่ไหมล่ะ” ปลายนิ้วอุ่นปาดเช็ดคราบน้ำตาที่แก้มให้เขาอย่างอ่อนโยน คำพูดหยอกล้อที่อีกคนชอบใช้ประจำ กลิ่นน้ำหอมที่เขาเป็นคนเลือกให้ สายตาและอ้อมกอด ทุกอย่างที่เป็นไลควานลิน ทุกอย่างที่เขาพร่ำคิดถึงอยู่ตรงหน้าและตอนนี้จีฮุนสัมผัสมันได้

                “ฮึก ควานลิน” เขาไม่ลังเลสักนิดที่จะกอดตอบอีกคนไปทันที จีฮุนรู้ว่าสภาพตัวเองตอนนี้มันคงดูไม่ได้แน่ๆ แต่เขาพยายามแล้วที่จะไม่สะอื้นจนตัวโยนแต่ก็นั่นแหละ เขาทำไม่ได้ “โอ๋ๆ ทีหลังอย่าอดข้าวเย็นอีกนะ” เขาฟาดมือไปบนแผ่นหลังคนขี้แหย่อย่างไม่ค่อยถนอมแรงนัก ใครว่าเขาร้องไห้เพราะหิวข้าวกัน ไอ้คนบ้า “ทำไมมือหนักแบบนี้ล่ะ” ว่าพร้อมจับมือเขาไปลูบ ควานลินนี่มันควานลินจริงๆเลย “ไม่ ฮึก ไม่ได้ร้อง ฮือ เพราะหิว”  เขาแอบได้ยินเสียงหัวเราะจากไลควานลินด้วย! “แล้วจีฮุนร้องทำไมครับ”

                “คิดถึง..”

                “เราคิดถึงควานลิน”  ประโยคหลังน่ะเขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้อีกคนได้ยินหรอก แต่เพราะตอนนี้มันเงียบมากๆจนได้ยินเสียงหายใจกัน ยังไงซะควานลินก็น่าจะได้ยิน “อือ คิดถึงเหมือนกันครับ” พอแล้ว แค่เพียงเท่านี้ก็พอแล้วที่จีฮุนต้องการ แค่ควานลินยังคิดถึงกันบ้าง ถึงมันอาจจะไม่ได้เท่ากับที่เขาคิดถึงแต่ไม่เป็นไรหรอก มันพอแล้ว

                “นอนไหม จะตีสองแล้วนะ” หลังจากดื่มโกโก้ร้อนพร้อมปลอบเด็กขี้แยเสร็จก็ได้เวลาต้อนกันเข้านอน มันเป็นแบบนี้ตลอดนั่นแหละ เขาจะเป็นคนปลุกควานลินทุกเช้าในขณะที่อีกคนก็มีหน้าที่พาเขาเข้านอน “ยังไม่ง่วงเลย” โกหก ปาร์คจีฮุนกำลังโกหกทั้งที่เปลือกตาจะปิดอยู่แล้ว “ขี้โม้จังเลย” และเหตุการณ์มันจะจบแบบนี้ทุกครั้ง ด้วยการที่เขาบอกว่าไม่ง่วงและไลควานลินจะต้องเป็นคนอุ้มเขาไปนอน “ขอโทษนะ วันนี้กลับบ้านดึกเลย” เขาส่ายหัวเพื่อบอกว่าไม่เป็นไร ไม่เป็นไรหรอกไม่ว่าควานลินจะกลับบ้านเวลาไหน แค่กลับมาหาเขาก็พอแล้ว

                อีกคนทิ้งตัวลงนอนหลังจากที่จัดผ้าห่มให้เขาเสร็จสรรพ ก่อนจะซุกตัวลงมานอนข้างกันพร้อมทั้งคว้าแขนเขาไปพาดเอวตัวเอง “จีฮุน”

                “หื้ม?

                merry Christmas นะ” จบประโยคด้วยริมฝีปากที่จุมพิตบางเบาลงบนหน้าผาก “merry Christmas ไลควานลิน”

                รุ่งเช้าในวันที่ 25 ธันวาคม เขาตื่นมาพร้อมกับความว่างเปล่าอีกครั้ง เสียงเพลงและการเฉลิมฉลองภายในหมู่บ้านไม่ได้ทำให้ปาร์คจีฮุนรู้สึกเหงาน้อยลงสักนิด ควานลินหายไปไหนอีกแล้ว จะทิ้งกันไปอีกแล้วอย่างนั้นหรอ?

                “ควานลิน” เขาหันมองหาไปรอบห้อแต่กลับยังไม่พบคนที่กำลังตามหา “ไลควานลิน”

                “เขาเป็นแบบนี้มานานหรือยังครับหมอ” น้ำเสียงทุ้มกล่าวถามอาการกับแพท์หนุ่มด้วยความเคร่งเครียด ขณะมองไปที่ร่างอดีตคนเคยรักที่นอนเรียกชื่ออยู่บนเตียงโรงพยาบาล “คนไข้อาการคงตัวมาโดยตลอดนะครับ จะมีอาการแบบนี้เฉพาะช่วงวันคริสมาสต์เท่านั้น” อือ ควานลินคิดว่าเขาเริ่มจะเข้าใจบางอย่าง คริสมาสต์ที่เขาเลือกจะปล่อยมืออีกคนไป

                “ผมขอเข้าไปคุยกับเขาได้ไหมครับ” นายแพทย์เจ้าของไข้ช่างใจอยู่สักพักก่อนจะพยักหน้าตกลง “พ่อคะ” เขาเหลือบไปมองมือคู่เล็กที่ดึงแขนเอาไว้  “ว่าไงคะ” ควานลินย่อตัวลงไปนั่งเพื่อจะได้คุยกับลูกสาววัยห้าขวบของตัวเองได้ถนัด “พ่อจะไปไหน เขาเป็นคนบ้านะ” ควานลินยิ้มอย่างใจดีก่อนจะส่ายหน้าให้ จิ่นมี่ช้าๆ “เขาไม่ใช่คนบ้าค่ะ เขาเป็นเพื่อนพ่อ”

                “ไปหาแม่ก่อนนะครับ เดี๋ยวพ่อมา”  เขาพูดพร้อมทั้งจูงมือลูกสาวไปให้ภรรยาที่ยืนมองอยู่ข้างๆ “ฉันพาลูกไปที่ชิงช้าก่อนนะคะ” เธอยกยิ้มให้ก่อนจะพาจิ่นมี่ไปเล่นของเล่นรอในตอนที่เขาเข้าไปคุยกับปาร์คจีฮุน ลึกๆแล้วไลควานลินรู้สึกเหมือนตัวเองมีตราบาปตลอดเวลา ในขณะที่เขามีชีวิตที่ดี มีครอบครัวที่สมบูรณ์แต่อีกคนต้องมานอนรักษาตัวอยู่ที่นี่ คนอย่างจีฮุนน่ะไม่เหมาะกับโรงพยาบาลจิตเวชเลยสักนิดเดียว ไม่เหมาะเลยจริงๆ




.........................

  




               

วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ชานตากล้อง : 10





                ขายาวภายใต้กางเกงผ้าสามส่วนเดินตรงไปใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ช้าๆ ลมทะเลปะทะเข้ามาพัดชายเสื้อฮาวายสีครีมพลิ้วไปตามแรง มือทั้งสองข้างล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ขนาบลำตัวเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อกล้ามสีขาวตัวในเลิกเปิดขึ้นไปอีกตัว  ดวงตากลมโตจดจ้องอยู่กับแผ่นหลังบางของเด็กตัวเล็กที่นั่งอ่านหนังสือเล่นอยู่บนผืนเสื่อใต้ต้นไม้


                เขาทิ้งตัวลงนั่งก่อนคว้าเอวอีกคนเข้ามากอดทันที จมูกโด่งกดแนบไปบนแก้มนิ่มสูดความหอมจนพอใจจากนั้นจึงผละมาเกยคางของตัวเองไว้บนลาดไหล่ เหลือบตามองแก้มใสที่ขึ้นสีอย่างน่ารัก แบคฮยอนพยายามเม้มปากกลั้นยิ้มซะจนเป็นเส้นตรง ดวงตาเรียวจดจ้องไปกับตัวหนังสือบนหน้ากระดาษทั้งที่สมาธิทั้งหมดแตกกระเจิงไปแล้วตั้งแต่ได้กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของคนเป็นพี่


                “ทำอะไรอยู่ครับ” เสียงทุ้มที่เอ่ยชิดริมหูข้างซ้ายทำเอาคนตัวเล็กต้องย่นคอหนี  ในขณะเดียวกันหูข้างขวาเขาก็โดนรังแกจากฝ่ามือใหญ่ที่จับปอยผมมาทัดหูให้ แถมด้วยการลูบมันเบาๆเป็นการทิ้งทาย “อ่านหนังสืออยู่ครับ” แบคฮยอนไม่แน่ใจนักว่านั่นใช่เสียงตัวเองแน่ๆไหม เชื่อเถอะตั้งแต่รู้จักกันมาเขาไม่เคยทำเสียงอ่อนเสียงหวานแบบนี้ใส่ชานยอลแน่


                “สนุกหรอครับ เห็นนั่งอ่านอยู่ตั้งนานสองนาน” เด็กน้อยพยักหน้าให้เขาหงึกหงัก พร้อมทั้งประคองหนังสือวรรณกรรมอะไรสักอย่างขึ้นมาให้เขาได้เห็นตัวหนังสือด้านในชัดๆ เพื่อช่วยยืนยันคำตอบที่ว่ามันสนุกจริงๆ แต่ชานยอลไม่สนใจหรอก ไม่ว่าวรรณกรรมเรื่องนี้จะได้รับรางวัลหรือถูกตีพิมพ์มากี่สิบครั้งในเมื่อมันน่าสนใจไม่ได้ครึ่งนึงของคนในอ้อมกอดเขาด้วยซ้ำ


                “เล่นกับพี่สนุกกว่าอีกนะครับ” ไม่พูดเปล่า ลมหายใจอุ่นๆก็ถูกเป่ารดไปที่ใบหูนิ่มให้อีกคนสยิวเล่นด้วย ลมหายใจของน้องติดขัดเมื่อชานยอลส่งฝ่ามือของตัวเองเข้าไปในเสื้อเชิ้ตตัวบาง ลูบมือสากผ่านแผ่นหลังนุ่มนิ่มอย่างเชื่องช้า จงใจใช้ปลายนิ้วลากผ่านแนวยาวของกระดูกสันหลังสลับกับการกดจูบไปตามลำคอระหง เขาขบเม้มบางเบาที่ท้ายทอยสะอาดเพื่อประทับกลีบสีระเรื่อทิ้งเอาไว้


                “ฮ้ะ อะ” เสียงหวานหลุดครางออกมาอย่างน่ารักเมื่อเขาเปลี่ยนเป้าหมายไปอยู่ที่ยอดอกทั้งสองข้างทั้งบีบเค้น ทั้งสะกิดจนแผ่นอกบางแอ่นขึ้นอย่างเชื้อเชิญ แบคฮยอนเบนหน้ากลับมาหาเขาริมฝีปากเผยอออกเหมือนเป็นการร้องขอจูบซึ่งชานยอลก็ไม่รอช้าที่จะมอบมันกลับไปให้


                ทันทีที่อวัยวะนุ่มหยุ่นของเราสัมผัสกันเสียงครางอื้ออึงของน้องน้อยก็เริ่มดังขึ้นมาอีกระลอก ฟันซี่สวยขบริมฝีปากล่างเขาอย่างเร้าอารมณ์ รสจูบแตกต่างเมื่อครู่อย่างชัดเจนแบคฮยอนในตอนนี้กลายเป็นใครที่เขาไม่รู้จัก น้องทั้งยั่วยวนและมอมเมามากกว่าเก่าเป็นไหนๆ เราผลัดกันเป็นฝ่ายควบคุมจนกระทั่งปากเบาเผยอยอมเปิดทางให้ลิ้นร้อนได้เข้าไปเก็บเกี่ยวควมหอมหวานด้านใน


                คนมากประสบการณ์ส่งลิ้นอุ่นเข้าไปไล่ต้อนเรียวลิ้นเล็กทันที แบคฮยอนเองก็ดื้อดึงไม่ยอมแพ้ถึงได้ส่งลิ้นกลับเข้ามาในโพรงปากเขาเหมือนกัน ชานยอลเหมือนจะตาพร่ามัวไปชั่วขณะเมื่อคนตัวเล็กรับเอาลิ้นเขาไปดูดจนเกิดเสียงซวบซาบ มือของเขาสั่นเทาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในตอนที่กำลังไล่ปลดกำดุมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของน้องน้อย ฝ่ามือนิ่มของนายเอกคนเก่งเกี่ยวต้นคอเขาให้ริมฝีปากได้บดคลึงกันแนบชิดกว่าเคย


                มันไม่ใช่แค่เขาหรอกที่พยายามจะปลดเปลื้องเครื่องแต่งกายของอีกคนออก เพราะมือน้อยก็คอยช่วยดันเสื้อฮาวายของเขาออกจากไหล่เหมือนกัน เราจำเป็นต้องผละจูบออกจากกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพื่อที่ชานยอลจะได้ถอดเสื้อกล้ามของตัวเองออกให้พ้นทาง และแบคฮยอนที่เหวี่ยงเสื้อเชิ้ตของตัวเองทิ้งไว้ที่ไหนสักที่


                ชานยอลขยับตัวมานั่งด้านหน้าก่อนจะดันหน้าอกบางลงให้เจ้าของมันได้นอนราบไปกับผืนเสื่อ จากนั้นเขาจึงค่อมทับพร้อมกับบทจูบที่ดูจะร้อนแรงขึ้นกว่าเมื่อกี้อีกหนึ่งเลเวล แรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นเรื่อยๆส่งผลให้ความสามารถในการควบคุมตัวเองของชานยอลลดน้อยลงเรื่อยๆ ในขณะที่ลิ้นเราเกี่ยวกระหวัดพันกันจนยากจะแยกออก เขาก็ลูบไล้ลำตัวเด็กน้อยอย่างมันมือ ตัวแบคฮยอนทั้งนิ่ม ทั้งลื่นมือไปหมด สัดส่วนที่ไม่ได้ต่างไปจากผู้หญิงทำเอาเขานึกอึ้งไม่หาย ไม่ใช่ไม่เคยเห็นหรอก แต่ไม่คิดว่าการได้มาสัมผัสด้วยตัวเองแบบนี้มันจะดีเกินที่คาดเอาไว้อยู่มากโข


                “อื้มม” แรงบีบเฟ้นที่หน้าอกบางกับสัมผัสหนักๆของฝ่ามือหนาที่ลากผ่านช่วงลำตัวสร้างความกระสันเสียวให้คนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี แบคฮยอนเบ้หน้าเมื่อพี่ชานยอลของเขาถอนจูบออกไปขบเม้มตามลำคอแทน ก้อนเนื้อเปียกชื้นลากผ่านตั้งแต่ไหปลาร้าไปจนถึงหลังกกหู ชานยอลสร้างร่องรอยสีสวยไปทุกพื้นที่ที่ปากร้อนเคลื่อนผ่าน ยิ่งได้ยินเสียงน้องร้องครางผะแผ่วเขายิ่งอยากจะทำให้แบคฮยอนหลับหูหลับตาครางให้ดังกว่าเดิม


                นิ้วมือเรียวสวยลูบกล้ามเนื้อหน้าท้องของเขาเบาๆอย่างปลุกปั้นอารมณ์ ก่อนที่ทุกอย่างจะพลิกสลับเมื่อน้องน้อยดันตัวเขาให้เป็นคนลงไปนอนด้านล่างแทน ไม่ใช่แค่ชานยอลหรอกที่ตาโตเป็นไข่ห่าน เพราะทีมงานทุกคนที่อยู่รอบๆก็ตกใจไม่ต่างกัน บยอนแบคฮยอนไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มก่อนไม่ว่าจะกับใคร แต่ตอนนี้น้องกำลังก้มลงมาป้อนจูบให้กับเขา มือนิ่มประคองแก้มของเขาเอาไว้พร้อมทั้งเป็นคนปรับเปลี่ยนองศาเองทั้งหมด


                หน้าอกบางกระเพื่อมไปตามจังหวะการหายใจที่ถี่กระชั้น ก่อนแบคฮยอนจะผละออกมาจากรสจูบแสนหวานแต่ก็ยังไม่เลิกยุ่งกับเครื่องหน้าของคนเป็นพี่ เขากดจูบไปตามสันกรามได้รูปไล่ไปถึงลำคอแข็งแรงขบเนื้อนูนตรงลูกกระเดือกจนขึ้นสีจางๆอย่างหลงไหล ก่อนจะลากริมฝีปากให้ต่ำลงไปเรื่อยๆ ขบเม้มทุกพื้นที่ผิวที่เคลื่อนผ่านไม่ต่างจากที่คนเป็นพี่ทำ และหยุดลงเมื่อถึงกระดุมกางเกงสามส่วนพอดีตัว


                ใบหน้าหวานช้อนมองคนใต้ร่างอย่างสื่อความหมาย สายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่มีเพียงเราสองคนเท่านั้นที่รับรู้ถึงมัน ก่อนจะประทับจุมพิตลงบนโลหะแบนกลมหนักๆ เรียกเสียงซี้ดปากจากคนเป็นพี่ให้ได้ยินเบาๆ แบคฮยอนอยากจะใช้ปากแกะกระดุมอยู่หรอก แต่ถ้าทำอย่างนั้นคิดว่าชาตินี้ก็คงไม่เสร็จเลยใช้มือช่วยจัดการมันออกไป ตามมาด้วยการรูดซิปที่แสนเกะกะออก ก่อนจะพบกับความโป่งนูนที่หลบซ่อนตัวอยู่ภายใต้ชั้นในเนื้อดี


                ชานยอลผงกหัวขึ้นมาดูการกระทำของเขาอย่างสนอกสนใจ ก่อนจะหลับตาซี้ดปากเสียงสั่นในตอนที่เขากดจูบทักทายกับความอุ่นร้อนที่เริ่มขยับขยายหลังจากถูกสัมผัสด้วยมือไปแล้ว และแบคฮยอนไม่อยากเสียเวลาอีกเขาจึงใช้ทั้งสองมือดึงกางเกงสีเข้มลงมาให้พ้นทางพร้อมๆกับที่ใช้ฟันคาบขอบชั้นในแล้วลากมันลงมา แท่งเนื้อขนาดใหญ่ดีดผึ่งขึ้นมาทักทายทันทีที่ปราการตัวจิ๋วถูกเกี่ยวออก


                ใบหน้าหวานเห่อร้อนขึ้นมาซะดื้อๆ และเขาเดาว่ามันต้องแดงแจ๋แน่ๆเพราะชานยอลกำลังอมยิ้มอยู่น่ะสิ! แต่รอยยิ้มจากคนเป็นพี่ก็ต้องหยุดลงและเปลี่ยนเป็นการสูดปากทันทีเมื่อริมฝีปากแดงๆครอบลงมารับเอาตัวตนเอาไว้ แบคฮยอนรู้ว่าเขาไม่สามารถรับเอามันเข้าไปในปากได้ทั้งหมดดังนั้นจึงใช้มือคอยช่วยชักรูดส่วนโคนตามจังหวะการผงกหัวเข้าออกไปด้วย ตามมาด้วยการใช้ลิ้นลากเลียมันเพื่อไม่ให้น้อยใจที่ไม่ได้รับความอบอุ่นจากโพรงปากของเขา จบลงด้วยการดูดส่วนหัวที่เริ่มกระตุกสั่น


                “อ่า” ยิ่งเสียงครางทุ้มต่ำดังถี่เท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกดีเท่านั้น แบคฮยอนกำลังปวดหนึบกลางลำตัวขึ้นเรื่อยๆแต่ถึงอย่างนั้นเขากลับสนใจจะทำให้อีกคนเสร็จก่อนมากกว่า ยิ่งเห็นสีหน้าเหยเกก็ยิ่งได้ใจ ฟันซี่เล็กแกล้งขูดท่อนเนื้ออุ่นไปเบาๆ เพราะแบคฮยอนรู้ว่าถ้าทำแบบนั้นชานยอลก็จะยิ่งส่งเสียงมาให้ ฝ่ามือใหญ่ขยุ้มเสื่อจนยับยู่ยี่และแบคฮยอนคิดว่ามันคงจะเหมาะเหลือเกินถ้าเขาย้ายมันมาอยู่บนหัวตัวเองแทน


                เร็วเท่าความคิดเขาจับมือที่เกร็งจนเส้นเลือดนูนขึ้นของชานยอลมาวางไว้บนกลุ่มผมของตัวเอง ก่อนจะเริ่มผงกหัวเข้าออกด้วยจังหวะที่เร็วกว่าเดิมจนสะโพกสอบลอยหวืดขึ้นตามมา มีบางครั้งที่อีกคนเผลอสวนสะโพกเข้ามาหาแต่พอเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนของเขาก็จะส่งสายตาขอโทษมาให้ตลอด เพราะนี่คือชานยอลไง ปาร์คชานยอลคนที่ต่อให้จะเจ้าเล่ห์ขึ้นมาเป็นกองหลังจากเราเริ่มศึกษาดูใจกัน หรือจะขี้แกล้งชอบหาเศษหาเลยมากแค่ไหนเขาก็ยังคงไว้ซึ่งความสุภาพและความใส่ใจในตัวบยอนแบคฮยอนเสมอ


                ด้วยขนาดที่ขยายใหญ่ซะจนคับปากแบคฮยอนเลยเปลี่ยนมาจัดการกับส่วนหัวมันแทน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังให้ความอบอุ่นกับทุกส่วนด้วยอุ้งมือน้อยๆของตัวเอง แรงกระตุกกับสีหน้าของคนเป็นพี่ทำให้เขารู้ว่าชานยอลจวนจะเสร็จอยู่ในไม่ช้า จึงช่วยเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ ฝ่ามือใหญ่พยายามดันเขาออกเมื่อใกล้จะเสร็จเต็มที แต่ใครสนล่ะ แบคฮยอนยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำออรัลให้จนของเหลวสีขุ่นของอีกคนอัดฉีดเข้ามาในปาก เขารับมันเอาไว้ทั้งหมดและกลืนมันไปเพียงบางส่วนเท่านั้น


                ชานยอลหอบหายใจทันทีหลังปลดปล่อยไปแล้วหนึ่งครั้ง เขาอยากจะจับเจ้าเด็กน้อยขึ้นมาตีทั้งที่พยายามดันออกแต่ก็ยังดื้อดึงที่จะทำต่อจนเขาเสร็จ ชานยอลไม่รู้หรอกว่าน้ำไอ้นั่นของคนเรารสชาติเป็นยังไงเพราะเขาไม่เคยชิม แต่คิดว่ามันก็คงไม่ได้เอร็ดอร่อยขนาดที่จะกลืนลงคอไปได้อย่างที่น้องกำลังทำอยู่ในตอนนี้หรอก


                แบคฮยอนส่งรอยยิ้มให้คนใต้ร่างของตัวเองเล็กน้อยทั้งที่ในปากยังอมน้ำรักไว้บางส่วน ก่อนจะเคลื่อนตัวขึ้นไปนอนทับอีกคนเอาไว้ ฝ่ามือดันหน้าอกแกร่งและก้มลงบดจูบพร้อมทั้งแบ่งปันน้ำกามให้เจ้าของได้ลิ้มลอง  ชานยอลพลิกตัวเขาให้ลงไปนอนด้านล่างแทน ก่อนจะจัดการกับกางเกงขาสั้นของเขาอย่างรวดเร็ว มือใหญ่เกี่ยวเอาชั้นในตัวบางออกลงไปพร้อมกัน ชานยอลกำลังจะเลื่อนตัวลงไปใช้ปากกับส่วนนั้นอย่างที่เขาทำให้เมื่อครู่ แต่แบคฮยอนปฏิเสธเขารู้ว่าชานยอลไม่เคย และไม่ได้อยากจะให้ทำ ที่เขาทำให้เมื่อครู่นั่นก็เป็นเพราะว่าเขาอยากทำให้คนตัวโตก็เท่านั้น


                เมื่อถูกขัดไม่ให้ใช้ปากชานยอลจึงใช้มือตัวเองโอบประคองความน่ารักนั่นเอาไว้ ชักเข้าออกในจังหวะเนิบนาบพร้อมทั้งกดลงไปบดจูบอีกครั้ง เขารู้แล้วล่ะว่านอกจากจะชอบน้องมากๆแล้ว เขายังชอบจูบของน้องมากๆอีกด้วย ด้านคนตัวเล็กก็ครางอื้ออึงกับจังหวะและรสจูบที่พี่เขาเอามามอมเมา  แบคฮยอนคิดว่าเขาเห็นสวรรค์อยู่รำไรก่อนนจะถูกดึงลงสู่หุบเหวลึกเมื่อมือใหญ่หยุดลงซะดื้อๆ และเปลี่ยนมาลากวนอยู่ที่ช่องทางของเขาแทน


                นิ้วโป้งกดขยี้ปากทางเข้าจนน้องส่งเสียงร้องออกมาไม่หยุด ก่อนจะส่องนิ้วกลางเข้าไป ความคับแน่นทำเอาชานยอลรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย น้องนิ่วหน้าทันทีที่นิ้วที่สองเข้าตามมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาหมุนควงนิ้วก่อนจะส่งแรงกระทุ้งเข้าไปย้ำๆ จนสะโพกกลมกลึงลอยไม่ติดเสื่อ “อ้ะ อะ อืออ” เสียงครางหวานดังขึ้นกว่าเก่าเมื่อเขากดจูบไปบนยอดอกสีสวย จงใจใช้ปลายลิ้นลากสลับทั้งสองข้างจนมันแข็งสู้


                แบคฮยอนเด็กดีขยับสะโพกสวนนิ้วมือของเขาอย่างเผลอไผล และชานยอลคิดว่าน้องคงพร้อมสำหรับของจริงแล้ว เขาถอนนิ้วออกมาก่อนจะจัดการชักรูดแก่นกายตัวเองสองสามทีเพื่อเตรียมพร้อม ชานยอลช้อนตามองคนใต้ร่างที่มองมาที่เขาอย่างลุ้นระทึกไม่ต่างกัน ฟันกระต่ายขบริมฝีปากล่างน่ากลัวว่าจะห้อเลือดจนเขาต้องก้มลงไปขโมยจุ๊บเบาๆหนึ่งทีและผละขึ้นมานั่ง


                ฝ่ามือใหญ่จับประคองลูกรักไปจ่ออยู่ปากทางเข้า เขาสบสายตาน้องเพื่อขออนุญาตอีกหนึ่งครั้ง น้องเองก็พยักหน้าตอบเบาๆ ชานยอลจึงกดส่วนหัวเข้าไปอย่างเชื่องช้า ระหว่างที่ค่อยๆแทรกตัวเองเข้าไปสายตาเราทั้งคู่ก็ยังคงประสานกันอยู่ตลอด น้องส่งเสียงครางเล็กน้อยในตอนที่รับเอาตัวเขาไว้ได้จนสุด ชานยอลให้มือแหวกเรียวขาขาวให้กว้างกว่าเดิมเล็กน้อยเพื่อความสะดวกในการขยับตัว เขาเริ่มดึงเอาตัวเองออกมาช้าๆก่อนจะดันเข้าไปใหม่จนสุดความยาว


                เสียงเนื้อกระทบกันดังขึ้นในตอนที่เขาเริ่มกระแทกตัวลงไปด้วยจังหวะที่เร็วกว่าเดิมหลังจากการสอดใส่ของเรามันง่ายขึ้น เรียวขาสวยเกี่ยวเอวเขาไว้ทั้งสองข้าง ทำให้การร่วมรักระหว่างเราล้ำลึกกว่าเคย เขากดกระแทกตัวเองลงไปหนักๆแต่ไม่อยากทำรุนแรงกับน้องมากนักเป็นเพราะลึกๆชานยอลเองก็กลัวว่าอีกคนอาจจะต้องเจ็บ เขาโน้มตัวลงไปอัดเสียงครางต่ำที่ข้างใบหูเล็ก น้องเองก็ทำแบบนั้นเช่นกัน  “พะ พี่ อ่ะ พี่ชานยอล”  มันเป็นครั้งแรกที่แบคฮยอนเรียกเขาด้วยสรรพนามหวานหูแบบนี้ “อึก พี่ชานยอลจ๋า อ้ะ”


                ชานยอลว่าเขาไปไหนไม่รอดแล้วล่ะ หลงแบคฮยอนจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วจริงๆ เสียงคลื่นทะเลที่ว่าดังมันก็ไม่เท่ากับเสียงจังหวะรักของพวกเรา ชานยอลกลายร่างเป็นตาแก่หื่นกามทันทีที่ได้ยินน้องเรียกตัวเองแบบนั้น เขาก้มหน้าก้มตากระแทกกระทั้นตัวเองลงไปอย่างไม่ผ่อนจังหวะ จนคนใต้ร่างเอาแต่อ้าปากร้องครางจนน่าสงสาร แผ่นหลังเล็กไถลไปกับผืนเสื่อที่ยับยู่ยี่จากแรงส่งของคนเป็นพี่ แต่ถึงอย่างนั้นแบคฮยอนก็ไม่ยอมแพ้ สวนสะโพกรับกับเขาอย่างดีเยี่ยม


                เขากดจูบไปบนขมับชื้นเหงื่ออย่างรักใคร่ น้องหลับตาพริ้มปากก็เอาแต่ร้องครางออกมาไม่หยุด  แบคฮยอนในตอนนี้ดูดีเหลือเกิน น้องเองก็กลายเป็นเด็กทะลึ่งขึ้นเรื่อยๆส่วนเขาน่ะหรอ ก็คงกลายเป็นวัวแก่ๆที่หลงหญ้าอ่อนจนไม่สนใจอะไรเลยนั่นแหละ ดวงตาสวยปรือขึ้นมามองเขาเพียงเล็กน้อยพร้อมทั้งรอยยิ้มที่ไม่ว่าเวลาไหนชานยอลก็มองว่ามันช่างสดใสเสียเหลือเกิน


                เป็นอีกครั้งที่เขาโดนพลิกตัวให้ลงไปนอนด้านล่าง และชานยอลก็เป็นพวกว่าง่ายที่ยอมทำตามอย่างไม่อิดออดสักนิด แบคฮยอนเปลี่ยนตำแหน่งมาเป็นคนด้านบนแทนพร้อมๆกับที่เจ้าตัวกลายเป็นคนคุมจังหวะทั้งหมดเอาไว้ คนเป็นพี่เริ่มนอนนิ่งเพื่อปล่อยให้เด็กน้อยอย่างเขาได้เรียนรู้โลกกว้าง แบคฮยอนกระตุกยิ้มน้อยๆ เดี๋ยวชานยอลจะได้รู้ว่าตัวเองก็ไม่ได้มากประสบการณ์ไปกว่าเขาเท่าไหร่หรอก เขาจับเอามือของพี่ชายตัวโตขึ้นมาวางบนเอวคอดก่อนจับมันลากไล้ทั่วลำตัว เชิดหน้าส่งเสียงซี๊ดปากเมื่อรู้สึกเสียวจนเกินจะบรรยาย สะโพกอวบขย่มควบชนิดลืมตายพร้อมทั้งคอยจับบังคับฝ่ามือพี่ชายให้ไปตามความต้องการของตัวเอง


                คนอายุน้อยที่ไม่ได้น้อยประสบการณ์ไปมากกว่ากันจับมือใหญ่ๆให้ลากปัดผ่านยอดอกชูชัน ก่อนจะแทรกนิ้วของตัวเองไปตามร่องว่างของอีกคนออกแรงบีบเค้นหน้าอกที่นูนเล็กน้อยของตัวเอง พี่ชานยอลก็เหมือนจะรู้ว่าเขาต้องการอะไรถึงได้ช่วยบีบขย้ำเนื้อนูนด้วยอีกแรง แบคฮยอนต้องบ้าไปแล้วแน่ๆที่ชอบให้ฝ่ามือหยาบของชานยอลบีบขย้ำเนื้อเนียนของตัวเองให้เป็นรอยแดงจนทั่ว เมื่อเค้นคลึงหน้าอกบางจนเป็นที่พอใจมือเล็กก็ชักนำให้พี่เขาไปบีบเฟ้นเนื้อสะโพกนุ่มนิ่มของตัวเองอีกครั้ง ชานยอลเพิ่งรู้ ว่าถ้าเป็นเรื่องนี้บยอนแบคฮยอนเอาแต่ใจไม่ใช่เล่นเลย...และมันช่างน่าสนใจมมากจริงๆ


                ชานยอลหยัดตัวลุกขึ้นมานั่งในขณะที่มือของตัวเองยังคงประคองและบีบเฟ้นก้นแน่นๆไปด้วย เพราะการลุกขึ้นนั่งของเขาทำให้นักควบม้าเบอร์หนึ่งเสียจังหวะการควบคุมและน้องเกือบจะหงายหลังไปแล้ว ถ้าไม่รีบเอาแขนมาคล้องคอเขาเอาไว้ก่อน แบคฮยอนส่งยิ้มให้เขาเพียงเล็กน้อย ชานยอลรู้ดีว่ารอยยิ้มนั่นเคลือบไปด้วยความร้อนแรงมากแค่ไหน สายตาที่เขาเคยคิดว่าเหมือนเจ้าลูกหมาตัวน้อยๆบัดนี้ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว แบคฮยอนทั้งยั่วยวยทั้งเร้าอารมณ์จนไม่อาจจะเอาสิ่งไหนไปเปรียบเทียบได้


                น้องบดสะโพกเข้าหาเขาอีกครั้ง ตามมาด้วยจังหวะที่ถี่รัว แรงขย่มทำให้แบคฮยอนหัวสั่นหัวคลอนไปหมดแต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวเล็กก็ไม่ยอมผ่อนจังหวะลงสักนิด เรียวแขนขาวเกี่ยวเอาเขาเข้าไปกอดแน่น เสียงครางและเสียงหอบดังอยู่ข้างหูจนเขาได้ยินชัดเจน ชานยอลรู้ว่าน้องเหนื่อยเขาเลยช่วยสวนสะโพกกลับในตอนที่น้องกดตัวลงมาพร้อมทั้งยกมือมาลูบกลุ่มผมนิ่มอย่างทะนุถนอม


                “พี่รักเรานะครับ แบคฮยอน” เขาจงใจเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าตามด้วยการเป่าลมอุ่นๆรดใบหูที่ขึ้นสีด้วยความเหนื่อยอ่อน แบคฮยอนพยักหน้ารับเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะขยับสะโพกเร่งจังหวะจนเราทั้งคู่ปลดปล่อยทุกหยาดหยดออกมาจนหมดสิ้น ผู้กำกับสั่งคัทไปแล้ว ทีมงานหลายๆคนทยอยเก็บข้าวของ แต่คนบนตักเขายังนั่งนิ่งอยู่ท่าเดิม ลมหายใจเริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้งหลังจากหอบกันไปหลายนาที ลูกรักยังคงนอนอยู่ในตัวน้องทั้งที่เราควรจะจัดการกับสภาพตัวเองให้เรียบร้อยแต่ก็ไม่มีใครคิดจะผละออกมาจากกันสักคน








     ไม่เคยแต่งเอ็นซียาวเหยียดและกินเวลานานเท่านี้มาก่อนเลยค่ะ ฮึก เสร็จจนได้ เป็นไงล่ะน้องแบคของเราไม่ได้ใสซื่ออย่างที่คิดเลยใช่ไหม ฮรี่ๆ

วันอังคารที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560

OS Library









                พอเห็นแฟนสาวไม่ได้มีอาการต่อต้านคนเป็นพี่จึงใช้มือโอบใบหน้าจิ้มลิ่มขึ้นมากดจูบเบาๆที่ริมฝีปากบาง ขบเม้นสลับดูดดึงจนเกิดเสียงขึ้นมา ชานยอลลดมือข้างขวาลงมาคล้องที่เอวคอดแล้วดึงแบคฮีให้เบียดตัวจนแนบชิดกันไปทุกสัดส่วน เขาใช้มือสอดเข้าไปในเสื้อนักเรียนสีขาวปลดตะขอยกทรงออก และลากปลายนิ้วผ่านแนวยาวของกระดูกสันหลังไปมา


                เสียงหอบหายใจของแบคฮีในตอนที่ชานยอลถอนริมฝีปากออกมามันช่างเป็นเหมือนตัวกระตุ้นให้เขามีอาการปวดหนึบที่ลูกรัก ริมฝีปากบางที่บวมเจ่อจากการบดจูบเผยอขึ้นหอบเอาอากาศเข้าปอดได้ไม่นานก็ถูกช่วงชิงลมหายใจไปอีกครั้ง ชานยอลใช้ปลายลิ้นไล่เลียกลีบปากนิ่มก่อนจะส่งเข้าไปในโพรงปากหวานเมื่ออีกคนให้ความร่วมมือ เสียงแลกเปลี่ยนน้ำลายดังขึ้นจนรู้สึกเขินอายแปลกๆ แบคฮีครางฮือเมื่อมือหยาบเลิกเสื้อนักเรียนตัวบางขึ้นพร้อมๆกับยกทรงลูกไม้เนื้อดีขึ้นมาอยู่เหนือทรวงอกอิ่ม


                ก้อนลิ้นเกี่ยวกระหวัดกันไปพร้อมๆกับที่นิ้วเรียวของคนเป็นพี่สะกิดที่ยอดอกของเธอ ก่อนจะใช้นิ้วโป้งขึ้นมารองและออกแรงบีบมันเบาๆให้ได้ซี้ดปากเพราะความเสียวซ่าน และดูเหมือนจะไม่สาแก่ใจคนอย่างพี่ชานยอลถึงได้ใช้มือขยำมันอีก แบคฮีสาบานได้ว่าแต่ไหนแต่ไรเธอไม่ใช่คนที่มีนิสัยลามกแบบนี้เลย ถ้าจะโทษคนที่ทำให้เธอกลายเป็นแบบนี้ก็คงไม่พ้นแฟนหนุ่มคนนี้หรอก


                “อ๊ะ” มือเล็กยกขึ้นมาปิดปากเพื่อกลั้นเสียงร้องของตัวเอง พี่ชานยอลก้มลงใช้ลิ้นหยอกล้อกับหน้าอกของเธอ ฟันซี่คมขบกัดยอดอกจนรู้สึกเจ็บแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เท่าความรู้สึกกระสันอยากที่เกิดขึ้น ปลายนิ้วซุกซนของแฟนตัวโตลูบคลึงกลีบสาวบางครั้งก็กดย้ำลงไปจนแบคฮีต้องผวาเข้าหาร่างสูงทุกครั้งราวกับว่าต้องการให้พี่ชานยอลสัมผัสมากกว่านี้อีก


                “อื้อ พี่ชานยอล” บยอนแบคฮีเผลอเปล่งเสียงครางออกมาอย่างลืมตัว เมื่อพี่ชานยอลค่อยๆย่อตัวลงพร้อมทั้งลากปลายลิ้นเปียกชื้นไปตามหน้าท้องของเธอก่อนจะหยุดอยู่ตรงกลางระหว่างขา ดวงตากลมโตมีเสน่ห์มองขึ้นมาสบตากับเธอเพียงชั่วครู่ก่อนที่มือใหญ่จะถกกระโปรงนักเรียนสีกรมพาดแทบขาวขึ้นมาให้เธอเกี่ยวเอาไว้


                แบคฮีใช้มือข้างซ้ายถลกกระโปรงนักเรียนของตัวเองขึ้นมาจนถึงเอว มือขวาก็ส่งนิ้วชี้เข้าไปกัดอย่างตื่นเต้นเมื่อฟันซี่สวยของพี่ชานยอลงับเข้าที่ขอบชั้นในตัวจิ๋วก่อนจะค่อยๆลากมันลงตามเรียวขาจนมันกองอยู่เหนือหัวเข่า หลังจากนั้นก็ใช้มือดันขาสวยให้อ้าออกจากกันเล็กน้อย


                แบคฮีสะดุ้งตัวเมื่อพี่ชานยอลกดจูบลงบนเนินเนื้อ ก่อนจะกดจูบต่ำลงมาเรื่อยๆจนถึงช่องทางรักที่เฉอะแฉะของเธอ ลิ้นอุ่นแยงเข้ามาด้านในชักเข้าออกด้วยจังหวะถี่รัวจนแบคฮีต้องแอ่นสะโพกตาม แรงตอดรัดตุบๆที่ลิ้นทำให้ชานยอลแทบคลั่ง เขาจับแบคฮีในนั่งลงเอาหลังพิงกับชั้นหนังสือ ก่อนจะจับขาน้องขึ้นมาตั้งฉากทั้งสองข้าง ช่องทางสีสดกำลังขมิบตอดราวกับกำลังเชื้อเชิญให้เขาได้เข้าไปด้านใน


                ชานยอลจัดการปลดซิปกางเกงนักเรียนด้วยความรวดเร็ว ควักเอาท่อนเนื้อแข็งแรงออกมาชักรูดต่อหน้าแฟนตัวเล็ก บยอนแบคฮีแลบลิ้นเลียรอบริมฝีปากตัวเองก่อนจะถือวิสาสะจับแท่งเนื้ออุ่น ขยับมือชักรูดให้ พร้อมทั้งเอ่ยคำพุดที่ทำให้ชานยอลต้องยกยิ้ม


                “หนูขอทำนะคะ”  มันไม่บ่อยนักหรอกที่แบคฮีจะเอ่ยปากขอทำเองแบบนี้ และในเมื่อมันเป็นโอกาสที่มาไม่บ่อยนักมีหรอที่ชานยอลจะปล่อยให้หลุดมือไป


                เด็กสาวก้มหน้าไปใช้ปากครอบครองตัวตนของคนรักเอาไว้ มือเล็กทั้งสองกำรอบฐานและชักในจังหวะที่สอดคล้องกับการผงกศรีษะ นิ้วกลางเรียวยาวกดแทรกเข้าไปในช่องทางคับแน่น ชานยอลขยับมืออย่างเนิบนาบก่อนจะเพิ่มอีกสองนิ้วที่เหลือเข้าไปเพื่อเบิกทาง กระแทกนิ้วเข้าออกอย่างเร็วและแรงเมื่อมือน้อยเร่งจังหวะจนชานยอลเกือบเสร็จอยู่รอมร่อ


                “อึก พอก่อนครับ” แบคฮีเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาหยาดเยิ้มก่อนจะโดนช้อนปลายคางขึ้นมารับจูบที่เต็มไปด้วยความหื่นกระหาย ชานยอลพยุงตัวร่างบางขึ้นยืน เขาเปลี่ยนตำแหน่งให้ตัวเองยืนพิงชั้นวางหนังสือแทนก่อนจะจับแขนเล็กทั้งสองข้างมาพาดบ่า ดึงกระโปรงสีกรมตัวจิ๋วที่เมื่อไม่นานมานี้มันคงพลิ้วตามแรงลมเปิดไปถึงไหนต่อไหนในตอนที่แบคฮีวิ่งมาหาเขา


                “อื้อ” แบคฮีครางเสียงหลงเมื่อพี่ชานยอลจับยัดส่วนหัวเข้ามาในตัวโดยไม่ได้ให้สัญญาณก่อน ชานยอลกัดฟันแน่นใช้ความพยายามอยู่สักพักเพื่อที่จะดันตัวตนของเขาเข้าไปจนสุด


                “พะ พี่ชานยอล หนูเจ็บ”


                “ถ้าหนูไม่อยากเจ็บก็ต้องทำบ่อยๆรู้ไหมครับ”  แบคฮีฟาดมือลงไปบนท่อนแขนที่ยึดรอบเอวเธอไว้ดังเพี๊ยะ พี่ชานยอลก็ชอบพูดแบบนี้ตลอดนั่นแหละ หาเรื่องจะทำแบบนี้บ่อยๆน่ะสิไม่ว่า


                “อ่า คราวนี้หนูค่อยๆขยับนะ” คนตัวเล็กพยักหน้าทำตามอย่างว่าง่าย บยอนแบคฮีค่อยๆบดสะโพกเข้าหาความใหญ่โตช้าๆ ในจังหวะเนิบนาบ เสียงครางทุ้มต่ำของพี่ชานยอลกับสีหน้าตอนมีอะไรกันเป้นอีกหนึ่งสิ่งที่แบคฮีชอบ ฟังดูเหมือนโรคจิต แต่เธอชอบมันมากจริงๆนะ


                เมื่ออารมณ์ของเราทั้งคู่เริ่มไต่สูงขึ้นเรื่อยๆ แบคฮีถูกจับอุ้มโดยใช้ขาทั้งสองข้างเกี่ยวรอบเอวสอบของคนรักไว้แน่น เมื่อไหร่ที่พี่ชานยอลเสือกไสเข้ามา แบคฮีก็จะขย่มตอบกลับไป เสียงครางปานจะขาดใจถูกกลบสิ้นด้วยริมฝีปากหนาของคนเป็นพี่ แต่ถึงอย่างนั้นเสียงอื้ออึงก็ยังคงเล็ดลอดมาสอดประสานกับเสียงเนื้อกระทบกันอย่างหยาบโลน


                บยอนแบคฮีกระตุกตัวเกร็งหลั่งน้ำใคร่ออกมาเมื่อเสร็จสิ้น พี่ชานยอลเร่งจังหวะตามมาก่อนจะปลอดปล่อยน้ำพันธุ์สีขุ่นเข้ามาในตัวเธอจนบางส่วนไหลย้อนกลับออกมาเปรอะง่ามขาขาว  ร่างผอมบางถูกจับให้นอนลงกับพื้นกระเบื้องอีกครั้งตามมาด้วยร่างกายใหญ่โตของแฟนหนุ่มที่เริ่มขยับตัวทั้งที่ส่วนนั้นยังคงแช่อยู่ด้านในตัวเธอ


                ความแข็งขืนที่สร้างความมคับแน่นให้ช่องทางอีกครั้งทำให้รู้ว่า สำหรับพี่ชานยอลแล้วแค่รอบเดียวไม่เคยจะพอ


                “ก่อนกลับบ้านแวะซื้อยาคุมให้หนูด้วย...”